ช่อง 2
ch2

“น้ำเพชร” ลั่นอโหสิกรรม “ม่านฟ้า” โต้! กราบขมายอมจ่าย 500 ปิดคดีตบ

เหมือนจะจบสำหรับคดี ตบ? ไม่ตบ? ระหว่าง “น้ำเพชร-สุณัณณิการ์ และ “ม่านฟ้า-รปภัตร ซึ่งวันนี้ “สาวน้ำเพชร” ก็ได้เดินทางมาตั้งโต๊ะแถลงชี้แจงทุกประเด็นที่ “ช่อง 2” บันเทิงมาเต็ม (หมายเลข 38) แถมปเดประเด็นชวนคิดอีกว่า ถอนแจ้งความเรื่องจบตั้งแต่มกราคม แต่เพิ่งจะมาตั้งโต๊ะกรวดน้ำตอนมีนาคม หมายความว่าอย่างไร เอาล่ะสิคราวนี้แซ่บไม่จบไม่สิ้นแน่ๆ

 

หลักฐานที่ม่านฟ้ามี กับสิ่งที่เราให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกัน ?

                “อย่างแปลกเลยจุดประสงค์ที่หนูมาให้สัมภาษณ์กับสื่อครั้งนี้ หนูไม่ได้ต้องการที่จะเอาหลักฐานมาแฉ หรือต่อความยาวสาวความยืดนะคะ แล้วหนูก็ขอสัมภาษณ์แค่ที่นี่ที่เดียว เพราะหนูมีความรู้สึกว่าหนูอับอายเกี่ยวกับเรื่องที่ต้องมาทะเลาะกับผู้หญิง แล้วก็เป็นเรื่องการตบตีกัน แล้วก็ก่อนหน้านี้ที่หนูตัดสินใจไปถอนแจ้งความกับคู่กรณี เพราะหลังจากเหตุการณ์ที่เขามาทำร้ายร่างกายหนูเป็นช่วงกันยายนปีที่แล้ว เวลาผ่านไป 5 เดือน ตำรวจก็เรียกมาสืบพยาน ไกล่เกลี่ยประมาณ 2-3 ครั้ง เรียกสืบ เรียหนูไป4-5 รอบ ไม่รู้ว่าเรียกฝั่งเขาเท่าไหร่ ก็ได้ไปเจอกับเขาในห้องไกล่เกลี่ย 2 ครั้งในชั้น สน. เป็นเวลา 5 เดือน ในตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าจิตสวยอะไรหนูมีภารกิจที่ต้องเดินทางไปประกวดที่ประเทศศีลังกา  ทำตัวเองให้พร้อมในช่วงเดือนกุมภา แล้วก็เดือนมกราคมมันก็ผ่านเวลามา 5 เดือนแล้วหนูก็มีความรู้สึกว่าคู่กรณีเขาก็ไม่ยอมรับ เถียงกันไปเถียงกันมา เราเองก็อยากจะไปบวชด้วย เพราะว่าปีใหม่ ปีวอกมันชง ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เราก็เลยตัดสินใจไปบวชปฏิบัติธรรม ก็เลยก่อนไปบวชอะไรที่ผ่านมาก็อยากเคลียร์ ไม่ใช่แค่เรื่องเขานะคะ หนูเคยทะเลาะกับเพื่อนคนไหนหนูก็ขออโหสิกรรมนะ แล้วก็เป็นเรื่องที่หนูคิดว่าอันนี้มันเป็นเรื่องของจิตใจนแล้วล่ะ เรื่องของพี่ม่านเนี่ย เขามาทำร้ายร่างกายเราใช่ไหมคะ หนูก็คิดว่าเรื่องไม่จบสักที อาจจะเป็นเรื่องของเจ้ากรรมนายเวรเก่ากันมา ที่รบกันไปรบกันมาไม่จบซะทีก็เลยอยากให้อภัยเขา เราก็เลยบอกตำรวจว่า เรื่องมันผ่านมานานแล้ว แล้วมันก็หาข้อสรุปไม่ได้ ตัวหนูเองก็ไม่อยากขึ้นโรงขึ้นศาล คือในชั้นคดีตำรวจบอกว่าจะต้องขึ้นศาลสืบพยานกันหลายครั้ง ถ้าเกิดคู่กรณียังไม่ยอมรับก็ต้องขึ้นอีกเรื่อยๆ ซึ่งตัวหนูเองต้องทำงานเลี้ยงที่บ้าน เลี้ยงตัวเอง หนูไม่ได้มีคนมานั่งซับพอร์ต ไม่ได้มีผู้ชายมนั่งเลี้ยง หนูต้องทำงานขายของ ไปเรียน หนูก็เลยต้องตัดสินใจว่าถ้าเกิดเราจบกันได้ในชั้น สน.มันจะดีกว่า ไม่ต้องเสียค่าทนายแพงๆ ไม่ต้องเสียค่าสืบพยาน เพราะตัวหนูเองต้องจ่ายค่าทนายแพงๆ ก็ไม่มีปัญญาจ่ายหรอกค่ะ ก็เลยบอกว่าจะถอนแจ้งความให้คู่กรณี อยาอโหสิกรรมให้ ก็คิดดูว่าเรื่องต่างๆ ยังผ่านมาได้ แค่การให้อภัยคนแค่นี้ทำไมเราจะผ่านไปไม่ได้ วันนี้หนูมีคลิปเสียงในการเจรจานะคะ แต่หนูขออนุญาติไม่เผยแพร่ เพราะหนูอยากจบจริงๆ  ไม่ได้ต้องการเอาคลิปเสียงนี้ไปเผยแพร่ให้หนูดูดีขึ้น หรือชนะขึ้น การชนะเรื่องตบกันมันไม่ได้มีประโยชน์กับฝ่ายใดเลย มันเป็นเรื่องที่น่าอับอายกันทั้งคู่ แล้วหนูก็รู้สึกว่าคนที่ติดตามข่าวนี้ก็คงเบื่อหน่าย  เราก็ตั้งใจให้อภัยนเขา เขาก็ไม่ได้ทำร้ายเราจนเสียโฉมทำงานไม่ได้ ก็แค่ตบไม่กี่ที เราก็ทำให้คดีเป็นการทะเลาะวิวาท แล้วก็ปรับคนละ 500 ตามที่ใบเสร็จออกมา หนูให้อภัยเขาถอนแจ้งความให้เขา หนูไม่ได้ยอมความนะคะ หนูถอนแจ้งความให้ คือจุดประสงค์ของหนูชัดเจนคืออโหสิกรรม หนูจะไปบวช ก็ให้อภัยไปตั้งแต่มกราคา แต่ว่ามีนาเพิ่งจะมาแถลงข่าว หนูก็ไม่รู้เหมือนกันทุกคนก็รู้อยู่แล้วนะคะว่าคู่กรณีต้องการอะไร”

เขาบอกว่าไม่ได้ทำร้ายร่างกายเรา แต่บอกว่าเราไปฉีดโบทอกซ์หน้าเลยบวม ?

“หนูก็มีความรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไร้สาระ คงไม่มีทางออกอะไรแล้วมั้ง ถ้าสมมุติว่าคุณหาทางออกในการแก้ตัวเรื่องทำร้ายร่างกายเราไม่ได้คุณนิ่งๆ เฉยๆ ไปก็ได้หรือว่าคุณสามารถพูดทางอื่นที่ดีกว่านี้ได้ ที่ไม่ได้เป็นการใส่ร้ายเรา แต่ว่า ณ ตรงนี้หนูขอไม่ออกความเห็นอะไร คือความจริงก็มีแต่หนูกับเขาที่รู้โชว์หลักฐานคลิปที่คุยในห้องไกล่เกลี่ย แต่ไม่ได้เปิดเสียงในคลิป หนูขอให้เป็นเรื่องของหนู คุณตำรวจ แล้วก็พี่เขาที่รู้แล้วกัน ถ้าสมมุติหนูปล่อยคลิปออกไปก็จะไม่จบอีก มีการแถลงข่าวกลับมาว่ากันอีก ความตั้งใจแรกที่จะให้อภัยเขาวันนี้ก็ยังให้อภัยอยู่ค่ะ”

ณ วันนั้นเราคิดว่าเรื่องจบแล้ว ?

                “ตั้งแต่วันที่หนูไปถอนแจ้งความให้ หลักจากเซ็นเอกสารกันเสร็จตำรวจก็ทำสำนวนโชว์สำนวน คือเขาถามงว่าหนูโอเคกับเรื่องนี้ไหม ในใจหนูหนูก็ไม่ค่อยโอเคหรอก เราโดนกระทำ แล้วเรายังต้องมาแบบ เงินเราสู้เขาไม่ได้ เราไม่พร้อมขึ้นศาล แล้วเราก็ต้องไปประกวด(นางงาม)ต่างประเทศก็ต้องมีเรื่องค่าใช้จ่าย ก็หลักแสน ให้เลือกเงินหลักแสนไปทำเพื่อชาติ เพื่อบ้านเมือง ทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อผลงานตัวเองดีกว่า ตำรวจก็สรุปสำนวนมา คือ เขาไม่ยอมรับคือไม่อยากจะพูดว่าเขาก็ปัดไปให้คุณแบต(เลขาของม่านฟ้า) แต่ว่าคู่กรณีหนูหนูแจ้งความคุณอรปภัตร สรุปคดี ณ วันนั้น หนูก็อยากให้ทุกคนเข้าใจฟิลหนูคือทำอะไรก็ได้แล้วแต่มึงเลย คู่กรณีเป็นคุณแบต ปรับคุณแบตคนละ 500 โอเค แล้วเราก็ขอโทษกัน ในวันนั้นหนูไม่ได้กราบขอขมา ไม่ได้กราบเท้าเขาเหมือนที่เขาพูดมานะ หนูก็ยกมือไหว้แล้วก็ขออโหสิกรรมกับเจ้ากรรมนายเวรปกติค่ะ เราก็จบกันโดยดีน่ารัก โดยที่หนูก็ไม่คิดว่าจะโดนแจ้งกลับแบบนี้ เห็นแล้วก็ช๊อคอยู่เหมือนกันนะคะ แต่ก็ไม่เป็นไรคะ”

ทำไมคู่กรณีเป็นคุณแบต ?

                “หนูก็ยังไงก็ได้ แจ้งความหนูแจ้งเป็นคุณม่านฟ้า แต่ว่าปรับคู่กรณีของหนูคนที่มาปรับกับหนูก็เป็นนางสาวจันทกาญ หนูก็ขอความเห็นใจจากสังคมแล้วกันนะคะว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไร”

จ่าย 500 คิดว่าทุกอย่างเคลียร์ ?

                “ใช่ ทุกอย่างคือจบ ณ ตรงนั้น แล้วเราก็บอกแล้วว่าทางฝั่งของเราจะไม่มีการแถลงข่าว ไม่มีการพูดอะไรถึงเขาอีก จบกันตรงนี้นะพี่หนูไม่พูดอะไรถึงพี่ พี่ก็ไม่ต้องพูดอะไรถึงหนูอีกแล้วกันก็จบกันแล้วก็แยกย้ายกันกลับบ้าน”

ยังสงสัยแจ้งความม่านฟ้า แต่คู่กรณีคืออีกคน ?

                “ก็ถ้าหนูพูดไปก็ไม่จบ ถ้าหนูพูด เขาก็ต้องมาตั้งโต๊ะแถลงข่าวว่าโน้นนี่นั่น คือตอนนี้หนูก็ยังยืนยันนะคะว่าหนูเป็นคนโดนกระทำ แต่ตอนนี้หนูไม่ต้องการที่จะอะไรแล้ว หนูถือว่าหนูให้อภัยเขาแล้ว ไปบวชแล้ว ทำสิ่งดีๆ แล้ว มันห่างกันเยอะแล้ว ถ้าเป็นหนูนะยอมความตั้งแต่มกรา มีนาแล้วหนูก็ไม่มาแถลงข่าวสร้างกระแสให้ตัวเองหรอก”